เจอตัวแล้ว เปิดใจ อดีต ส.ส.ไม่เคยโกง แต่ชีวิตตกยาก อาศัยวัด เงินติดตัวไม่กี่ร้อย

อีกหนึ่งเรื่องราวที่มีผู้คนกล่าวถึง และให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เป็นเรื่องราวของ อดีต ส.ส.นครราชสีมา 2 สมัยที่มีชีวิตรันทด อดมื้อกินมื้อ เพราะนำเงินไปช่วยเหลือประชาชนจน จึงอาศัยเพียงเบี้ยยังชีพคนชราประทังชีวิตเท่านั้น อีกทั้งอดีตของเขานั้น ยังเป็น ส.ส.ที่มีประวัติน่ายกย่องนับถือ เพราะเป็น ส.ส.ที่ไม่ซื้อเสียง ปั่นจักรยานหาเสียง โดยเขียนเบอร์ผู้สมัครไว้ที่เสาบ้าน และเมื่อได้รับตำแหน่งก็ไม่แสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวในทางที่มิชอบสักครั้งเดียว

นาย ประจัญ กล้าผจญ อดีต ส.ส.ตกยาก ตอนนี้อยู่ในวัย 78 ปี อาศัยอยู่ในห้องเช่าห้องเล็กๆ อย่างโดดเดี่ยว ใน ต.เมืองคง อ.คง จ.นครราชสีมา โดยใช้พื้นที่หลังห้องเช่า ปลูกผักคะน้า และมะละกอ เพื่อกินประทังชีวิต

นาย ประจัญ กล้าผจญ อดีต ส.ส. 2 สมัย เปิดใจว่า ตอนเป็นข่าวใหญ่ในปี 2552 มีผู้ให้ความช่วยเหลือช่วงที่เป็นข่าวดัง โดยเขาให้ตนย้ายจากบ้านสังกะสี ไปอยู่ที่ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองไอ้อู๊ก ริมอ่างเก็บน้ำห้วยตะคร้อ ต.โนนเต็ง อ.คง จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ได้ 8 เดือนก็ประสบปัญหาไม่มีข้าวปลาอาหาร ไม่มีเงิน จึงย้ายไปอยู่ที่วัด

“วัดนี้ผมเป็นคนระดมเงินสร้างไว้ตอนเป็น ส.ส. ชื่อว่าวัดป่าดอนวิเวก อยู่ในโคราชนี่แหละครับ ผมก็ไปอาศัยข้าววัดกิน ช่วยพระทำความสะอาดแลกข้าวกิน พออยู่ได้ไม่กี่เดือน ก็มีเพื่อนเก่าที่อยู่ในสภาเขาติดต่อมา ให้ผมไปหาที่กรุงเทพฯ เพราะเขาเป็นห่วงและอยากพบหน้า

จากนั้น ผมก็เดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อนๆ เขาได้รวมเงินคนละนิดละหน่อยไว้ให้ ซึ่งผมรับไว้ไม่ได้ เพราะมันละอายใจ เราจะไปขอเงินเขาเปล่าๆ ได้อย่างไร และผมไม่มีวันขอเงินคนอื่นไปได้ตลอดชีวิตแน่ พอผมไม่ยอมรับเงินก้อนนี้ไว้ เพื่อนๆ เขาก็บอกว่า มันมี พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา กองทุนนี้ เขาจะมอบเป็นเงินรายเดือนให้ ซึ่ง ณ เวลานั้น เป็นเงิน 15,000 บาท”

“จากนั้นมา ผมก็ได้รับเงินทุกเดือน เดือนละ 15,000 บาท ก็ทำให้ชีวิตผมดีขึ้น มีเงินส่งเสียลูกๆ ทุกเดือน และสามารถเช่าห้องเล็กๆ อยู่ได้ แต่พอรัฐบาลยุคใหม่เข้ามา เขาก็ลดเงินนี้ลง จากเดือนละ 15,000 บาท เหลือเป็น 12,000 บาท แต่ผมก็ยังอยู่ได้ ประหยัดให้มากขึ้น เก็บผักหลังห้อง ตกปลาในคลองกิน”

เมื่อถามว่ามีลูกด้วยหรือ และลูกมาดูแลติดต่อบ้างหรือไม่

นาย ประจัญ กล้าผจญ อดีต ส.ส. 2 สมัย เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบว่า “ผมมีลูก 5 คน เขาอยู่กับแม่ แต่ผมก็ส่งเงินให้ลูกไม่เคยขาด ตอนนี้ก็เรียนจบปริญญากันหมด ทำงานในบริษัทห้างร้านที่กรุงเทพฯ กันทุกคนครับ ผมก็ยังติดต่อลูกๆ ทุกคน”

ส่วนลูกๆ ช่วยดูแลพ่อคนนี้หรือไม่นั้น ประจัญ กล้าผจญ อดีต ส.ส. 2 สมัย ตอบว่า “ผมเข้าใจลูกๆ เขานะครับว่า เขาต้องทำมาหากินเลี้ยงดูตัวเอง หากจะให้เขามาดูแลเราคงจะไม่ได้ เพราะลูกๆ ไม่มีต้นทุนอะไรมาก่อนเหมือนลูกคนอื่นๆ เพราะในบางเดือน เขาก็ยังโทรมาขอเงินผมอยู่ทุกเดือน พอฟังเสียงลูกบอกว่า พ่อหนูไม่มีเงินเลย พ่อหนูจำเป็นต้องใช้เงิน คนเป็นพ่อนะ ไม่มียังไงก็ต้องหาให้ได้ แม้เราต้องอด”

ส่วนประเด็นที่มีเพื่อนบ้านเล่าว่า เดิมที อดีต ส.ส. เคยมีบ้านไม้หลังใหญ่โต แต่มีพระและชาวบ้านมาขอไม้ไปทำสะพาน อดีต ส.ส.ไม่มีเงิน เลยให้มารื้อไม้บ้านตัวเองเอาไปสร้างสะพาน จนต้องหาสังกะสีมากันแดดกันลมเป็นกระต๊อบนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่

อดีต ส.ส. ตอบว่า “เป็นเรื่องจริง พอผมเอ่ยปากว่ามารื้อบ้านผมได้นะ เขาก็เอาจริง ยกขบวนมารื้อไปจนหมด เอาไปทุกอย่างตั้งแต่ไม้กระดาน ต้นเสา สังกะสี จากนั้นผมก็ไม่มีที่อยู่ ผมเลยต้องเอาสังกะสีเหลือๆ มากั้นเป็นบ้านหลังใหม่อยู่กับภรรยา แต่ภรรยาผมเขาทนไม่ได้ ก็ทิ้งผมไป ผมเสียใจมาก เขาอยู่ร่วมแต่สุข พอทุกข์ไม่ร่วมต้าน”

“แต่จะไปโทษเขาก็ไม่ได้ เพราะตอนที่สุขสบาย ผมก็ทำเขาเสียใจ เพราะมีหลายครั้งที่ผมช่วยชาวบ้านแล้วภรรยาผมเขาเดือดร้อน เช่น มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มียายแก่ๆ เขาเดินเท้าเข้ามาที่บ้านผม แล้วเขาก็เล่าว่า ยายเดือดร้อน ไม่มีเงินค่าเทอมหลาน อยากให้ผมช่วยเหลือเรื่องเงินค่าเทอม เพราะโรงเรียนจะไม่ให้หลานของยายสอบ แต่ตอนนั้นผมเองก็ไม่มีเงินเหมือนกัน เลยหันไปบอกภรรยาว่า ถอดทอง (หนัก 1 บาท) ที่คอให้ยายเขาไปก่อน เดี๋ยวไว้จะซื้อให้ใหม่ นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผมยังหาเงินมาซื้อทองให้ภรรยาผมไม่ได้เลย สุดท้าย เธอก็อยู่ไม่ได้”

“คนในละแวกนี้ เขาบอกว่า ผมเป็นพระเวสสันดร เพราะตลอดชีวิตของผม ผมมักจะทนไม่ได้ที่เห็นชาวบ้านเดือดร้อน ในสมัยที่ผมยังมีเงินมีทอง เวลาออกไปเจอชาวบ้าน เขาก็ชมว่าเสื้อผมสวย ขอได้ไหม แล้วก็มาดึงๆ จับๆ ผมก็ถอดให้เดี๋ยวนั้นเลย แล้วชาวบ้านก็ทำแบบนี้กันบ่อยๆ เสียด้วย (ยิ้ม)”

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีเงินติดตัวอยู่กี่บาท อดีต ส.ส. ตอบว่า “ไม่กี่ร้อย แต่ต้องอยู่ให้ได้ถึงเดือนนี้ แต่ไม่มีปัญหาหรอกนะครับ เก็บผัก เก็บหญ้ากิน (หัวเราะ)”

“เคยมีคนถามผมนะครับว่า ตอนเป็น ส.ส.ทำไมไม่โกง ถ้าโกงชีวิตคงไม่เป็นแบบนี้ ผมก็ตอบเขาไปว่า ผมไม่กล้า ผมกลัว สมัยนั้น ผมยอมรับเลยนะครับว่า ทำถนนหนทางแต่ละที มีช่องให้โกงกินได้มากมาย หรือจะขอเปอร์เซ็นต์ผู้รับเหมาก็ทำได้สบายๆ”

“แต่ผมไม่กล้าทำ ผมกลัวจริงๆ และทุกวันนี้ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะครับว่า คนที่โกง เขาไม่กลัวกันหรือไง นั่นเงินหลวง เงินแผ่นดินเลยนะนั่น จะนอนหลับกันหรือ ไม่กลัวกันเลยหรือ” ประจัญ กล้าผจญ อดีต ส.ส.ตกยาก ทิ้งท้ายสั้นๆ

ขอบคุณ thairath

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*